ประวัติโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน

เดิมชื่อโรงเรียนสุเหร่าคู้ ตั้งเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๗๑ สถานที่ตั้ง อยู่ในบริเวณของมัสยิดดารุ้ล มุดตะกีน (คู้) หมู่ ๑๔ แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โดยเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้รับงบประมาณจากจังหวัดให้ปลูกสร้างใหม่ เพราะอาคารหลังเดิมชำรุดเสียหายมาก จึงได้ทำการก่อสร้างบริเวณหลังสุเหร่าด้านติดต่อถนนหนองจอก – คู้ อาคาร ๒ ชั้น ขนาด ๘ ห้องเรียน ในที่ดินจำนวน ๓ ไร่เศษ โดยมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินซื้อที่ดินให้กับโรงเรียน คือ นายสมรรถ เดชะโสภณ ในครั้งนั้นดำรงตำแหน่งครูใหญ่ดังกล่าวยังมิได้แบ่งแยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโรงเรียนและราชการจนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ ได้เกิด เพลิงไหม้เผาผลาญอาคารเรียนเสียหายจนหมดสิ้น ต่อมาทางราชการได้จัดงบประมาณปลูกสร้างอาคารใหม่ และด้วยการดำริของ นายพจน์ ภู่อารีย์ นายอำเภอหนองจอก ได้มาปลูกสร้างอาคารเรียนใหม่ บริเวณวัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม(คู้) ในบริเวณที่ดินของวัด โดยเจ้าอาวาสได้อนุญาตให้ใช้เป็นสถานศึกษา จำนวน ๒ ไร่ ๓ งาน ๒๐ ตารางวา อาคารที่ปลูกสร้างเป็นอาคารเรียนแบบ ๐๐๔ กรมสามัญ ๒ ชั้น ขนาด ๘ ห้องเรียน ปลูกสร้างเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๑๐ และได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร” (อารีย์นุกูลเกษมวิทยา)ต่อมาได้รับงบประมาณของกรุงเทพมหานคร สร้างอาคารเรียนแบบ ๐๑๗ ๒ ชั้น ขนาด ๔ ห้องเรียน ใต้ถุนโล่ง กว้าง ๘.๕๐ เมตร ยาว ๓๓ เมตร เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๘ งบประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ บาท ปีงบประมาณ ๒๕๒๐ ได้รับงบประมาณต่อเติมชั้นล่าง อาคารเรียนแบบ ๐๑๗ ขนาด ๔ ห้องเรียน เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๐ งบประมาณ ๑๘๕,๐๐๐ บาท โดย นายกวย จันทร์สว่าง ได้อุทิศที่ดินให้กรุงเทพมหานคร ปลูกสร้างโดยยังมิได้หักโอนโฉนดที่ดิน
ปีงบประมาณ ๒๕๒๑ ได้งบประมาณสร้างบ้านพักครู แบบของงานโยธาเขตหนองจอก ๑ หลัง ขนาด ๒ ห้องนอน ราคา ๙๙,๘๐๐ บาท โรงฝึกงานแบบมาตรฐานกรุงเทพมหานคร งบประมาณ ๙๙,๘๘๐ บาท และรั้วลวดหนาม งบประมาณ ๕๙,๐๐๐ บาทปีงบประมาณ ๒๕๒๔ นายกวย จันทร์สว่าง ได้อุทิศที่ดินและหักโอนโฉนดให้แก่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น ๓ ไร่ ๕๓ ตารางวา โดยรวมเนื้อที่เดิมที่ยกให้ปลูกสร้างอาคารเรียนแบบ ๐๑๗ ด้วย เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๕ คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ได้แบ่งแยกออกจากโฉนดเดิมและเป็นโฉนดเลขที่ ๓๒๗๖๐ เล่ม ๓๒๘ อำเภอหนองจอก (แสนแสบ) จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ปีงบประมาณ ๒๕๒๕ ได้รับงบประมาณ ก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ๘๐๐ ตึก ๓ ชั้น ขนาด ๙ ห้องเรียน กว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ในที่ดินทิศตะวันออกพร้อมถมดิน เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๕ งบประมาณ ๑,๘๔๙,๐๐๐ บาท
ปีงบประมาณ ๒๕๒๘ ได้รับงบฯ ก่อสร้างรั้วคอนกรีตอิฐบล็อค ตอนล่างทึบ ตอนบนเป็นเหล็กโปร่งแบบมาตรฐาน กทม. ยาว ๑๐๐ เมตร ด้านหน้าติดถนนเลียบวารี พร้อมกับสร้างถังเก็บน้ำฝน คสล. ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เมตร สูง ๔ เมตร แบบมาตรฐาน สนศ. จำนวน ๒ ถัง เมื่อ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๘ งบประมาณ ๓๔๐,๐๐๐.-บาท
ในปีงบประมาณ ๒๕๓๒ ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบสนศ.๒๖๓ ตึก ๓ ชั้น ๖ ห้องเรียน ชั้นล่างโล่ง มีเวที บันไดแบบมีห้องน้ำ ห้องส้วมทุกชั้นพัก ๑ แห่ง พร้อมสร้างทางเดินเชื่อมอาคารเดิม ๑ แห่ง และได้รับงบประมาณสร้างรางระบายน้ำรูปตัวยู พร้อมฝาปิด แบบ ศอ.๒๐๗ ยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร งบประมาณทั้งสิ้น ๓,๐๖๗,๐๐๐.-บาท
นางสาวประยูร จันทร์สว่าง ได้มอบเงิน จำนวน ๓๐๐,๐๐๐.-บาท (สามแสนบาทถ้วน) เพื่อจัดตั้งมูลนิธิคุณพ่อกวย – คุณแม่เปลื้อง จันทร์สว่าง ให้เป็นอนุสรณ์แก่คุณพ่อ คุณแม่ และสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้อนุมัติให้จัดตั้งได้ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๖
ปีงบประมาณ ๒๕๓๙ ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบสนศ.๓๘๔ ตึก ๔ ชั้น ๑๒ ห้องเรียน ชั้นล่างโล่ง มีเวทีและห้องประกอบอาหาร มีห้องน้ำ ห้องส้วมทุกชั้นพัก ๒ ห้อง สร้างในที่ดินของวัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม โดยได้รับอนุญาตจากพระครูสุธรรมเขมคุณ เจ้าอาวาสวัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม งบประมาณเป็นเงิน ๗,๙๕๐,๐๐๐.-บาท (เจ็ดล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
ปีงบประมาณ ๒๕๔๐ ได้รับงบประมาณ ก่อสร้างห้องน้ำ ห้องส้วมนักเรียน แบบ ศอ. ๖๑ จำนวน ๑ หลัง ขนาด ๑๐ ที่นั่ง และสร้างบ้านพักครูแบบ ศอ. ๒๙๒ จำนวน ๑ หลัง
การจัดตั้งกลุ่มลูกเสือและหมู่ยุวกาชาด
๑. จัดตั้งกองลูกเสือสำรองเหล่าเสนา เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๒
๒. จัดตั้งหมู่ยุวกาชาด เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
๓. จัดตั้งกองลูกเสือสำรอง กองที่ ๒ เหล่า กลุ่มที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
๔. จัดตั้งกองลูกเสือสามัญ กองที่ ๑ เหล่า กลุ่มที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
๕. จัดตั้งกลุ่มลูกเสือที่ ๑ เหล่าเสนา เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๒
ปีงบประมาณ ๒๕๔๐ ได้รับงบประมาณ ก่อสร้างห้องน้ำ ห้องส้วมนักเรียน แบบ ศอ. ๖๑ จำนวน ๑ หลัง ขนาด ๑๐ ที่นั่ง และสร้างบ้านพักครูแบบ ศอ. ๒๙๒ จำนวน ๑ หลัง
เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๑ นายพรมมี ประจันตเสน ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร ตามคำสั่ง กทม. ที่ ๒๗๖๓/๒๕๔๑
เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ นายพินิจ นฤนาท ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร ตามคำสั่งที่ ๓๗๘๗/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๕
เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖ นางสุปราณี อินทุลักษณ์ มาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร ตามคำสั่ง กรุงเทพมหานคร ที่ ๓๑๔๘/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๔๖
เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ปลูกสร้างศูนย์การเรียนรู้ โดยรื้อบ้านพักครูแบบกรมสามัญ ใช้งบประมาณจากผู้บริจาคเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท
เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ต่อเติมด้านหลังอาคารเรียน ตึก ๔ ชั้น แบบ สนศ. ๓๘๔ เป็นโรงอาหาร โดยรื้อโรงฝึกงาน แบบมาตรฐานกรุงเทพมหานคร และโรงอาหารชั่วคราวมาปลูกสร้างต่อเติม งบประมาณจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท
เมื่อปีงบประมาณ ๒๕๔๘ (๓๑ มีนาคม ๒๕๔๘) ได้รับงบประมาณสร้างอาคาร เรียนแบบ สนศ. ๓๘๕ ตึก ๕ ชั้นงบประมาณ ๙,๕๒๑,๐๐๐ บาท
ปีงบประมาณ ๒๕๔๙ (๒๙ กันยายน ๒๕๔๘ ) ได้รับงบประมาณก่อสร้างรั้วคอนกรีตบล็อก ตามแบบ ศอ. ๑๘๔ ความยาว ๑๐๐ เมตร งบประมาณ ๓๑๒,๑๐๐ บาท
ปีงบประมาณ ๒๕๔๙ (๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ ) ได้รับงบประมาณปรับปรุง ซ่อมแซมอาคาร เรียน แบบสมศ. ๒๘๔ ตึก ๔ ชั้น อาคารเรียนแบบ สนศ . ๒๖๓ ตึก ๓ ชั้น และปรับปรุงซ่อมแซมส้วมนักเรียนจำนวน ๓ หลังงบประมาณรวมทั้งสิ้น ๑,๑๘๐,๐๐๐ บาท.
เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ นางสาวประยูร จันทร์สว่างได้มอบเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิ คุณพ่อกวย- คุณแม่เปลื้อง จันทร์สว่าง โดยมีจุดประสงค์ให้นำดอกผลมาพัฒนาโรงเรียน
ปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ได้รับงบประมาณ ก่อสร้างส้วม ๒ หลัง และที่ดื่มน้ำชนิดที่ละ ๑๐ หัวก๊อก จำนวน ๒ จุด
ปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน ๕ ชั้น แทนอาคารไม้ แบบ ๐๑๗
เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ นางสาวสุนีย์ มีธรรม ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร                    ปัจจุบัน โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา และระดับก่อนประถมศึกษา คือ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุลาล - ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีพื้นที่ 3 ไร่ 53 ตารางวา อาคารเรียนมีทั้งหมด 5 หลัง ปีการศึกษา 2556 มีนักเรียนทั้งสิ้น 913 คน (ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2556) อัตรากำลังข้าราชการครู 41 คน แบ่งออกเป็นผู้บริหาร 1 คน รองผู้บริหาร 2 คน และครูผู้สอน 38 คน ข้าราชการสามัญ(ข้าราชการ) 1 คน คนเลี้ยงเด็ก 8 คน และนักการภารโรง 5 คน